/เจ้าชายหมาป่าองค์รอง ดานิเอเล่ เด รอสซี่ เจ้าของฉายา แห่ง โรม่า

เจ้าชายหมาป่าองค์รอง ดานิเอเล่ เด รอสซี่ เจ้าของฉายา แห่ง โรม่า

สโมสรโรม่ามีตราสัญลักษณ์เป็นหมาป่า ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นผู้เลี้ยงดูฝาแฝด “โรมูลัส กับ เรมุส” ที่ต่อมาเป็นผู้สร้างกรุงโรม ดังนั้นเมื่อมีนักเตะที่ยิ่งใหญ่ของสโมสรเกิดขึ้น จึงสมควรได้รับ เจ้าชายหมาป่าองค์รอง การยกย่องจากแฟนๆ ว่าเป็น “เจ้าชายหมาป่า” ซึ่งตำแหน่งนี้ตกเป็นของ ฟรานเชสโก้ ต็อตติ อดีตนักเตะของทีมระดับตำนานผู้ภักดีเพียงสโมสรเดียว 619 นัด (250 ประตู)

เจ้าชายหมาป่าองค์รอง รับ ช่วงต่อ โดย ต็อตติ ดานิเอเล่

จนกระทั่งในช่วงเวลาคาบเกี่ยวกัน “เจ้าชายองค์รอง” ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น โดย “ต็อตติ” เริ่มเล่นให้ทีมชุดใหญ่โรม่าในปี 1992 ขณะที่ ดานิเอเล่ เด รอสซี่ ก้าวขึ้นมาในปี 2001

เจ้าชายหมาป่าองค์รอง
ดานิเอเล่ เด รอสซี่

ถูกแล้ว เราจะกล่าวถึง “เด รอสซี่” มิดฟิลด์จอมบู๊ผู้เป็นหัวใจสำคัญของโรม่า ถัดจาก “เจ้าชาย “ต็อตติ ดานิเอเล่ เป็นชาวโรมโดยกำเนิด ซึ่งเขาก็เลือก (ผ่านการคัดเลือก) ที่จะลงเล่นให้ โรม่า ไม่ใช่ “ลาซิโอ้” ในระดับเยาวชน (แต่ไม่ใช่ทีมบอลแรกสุดของเขา ทีมแรกสุดในวัยเด็กน้อยคือ “ออสเชีย มาเร่” ทีมเล็กๆ ในโรมนี่แหละ)

แรกเริ่มเดิมที ในระดับเยาวชนมาตรฐานของโรม่า ดานิเอเล่ เริ่มประจำการที่ตำแหน่ง “สไตรเกอร์” หรือดาวยิงในปี 2000 สมัยนั้นทีมคุมทัพโดย ฟาบิโอ คาเปลโล่ และในปีถัดมา (2001) เขาอายุได้เพียง 18 ปี

เขาก็ได้เปิดตัวกับทีมชุดใหญ่ในเวที ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เลยทีเดียว ตอนนั้นทีมพบกับ อันเดอร์เลชท์ จากเบลเยี่ยม นับตั้งแต่นั้น ก็ถือเป็นนับหนึ่งในทีมระดับซีเนียร์ของเขาเลย ซึ่งในฤดูกาลแรก (2001-02) นอกจากเวทียุโรปดังกล่าว เขายังได้โอกาสลงเล่นใน “บอลถ้วย” โคปา อิตาเลีย อีก 3 เกม

กว่าจะได้เปิดซิงกับบอลลีกอย่าง กัลโช่ ซีเรีย อา จริงๆ ก็ปี 2003 เลย โดยได้ลงเจอกับ “โคโม่” ที่ปัจจุบันอยู่ ซีเรีย ดี 2 โน้นเลย ส่วนประตูแรกกับต้นสังกัดที่เขาคิดจะภักดีตลอดไปก็เกิดขึ้นในปีเดียวกันจากเกมพบกับ โตริโน่ นับตั้งแต่นั้น

เขาก็กลายเป็นสมาชิกของทีมชุดใหญ่มาโดยตลอด ส่วนปลอกแขนกัปตันทีม ซึ่งถือเป็นบันไดสู่ความเป็นผู้นำทีม เขาได้สวมมันครั้งแรกในปี 2016 เกม ยูฟ่า คัพ กับ มิดเดิลสโบรช์ จากอังกฤษ

เด รอสซี่ รับใช้ทีมอย่างเข้มแข็ง ตั้งหน้าตั้งตาฝึกซ้อม ส่วนชีวิตนอกสนามก็สบายๆ แม้จะมีการหย่าร้างกับภรรยามาแล้ว แต่เขาก็เป็นที่รักของแผนบอล สไตล์การเล่นที่เจ้าตัวระบุว่ายึดถือ “รอย คีน” เป็นไอดอล ก็ทำได้ดีไม่ต่างกันเลย

ในนามทีมชาติ เขาคือหนึ่งในสมาชิกทีมแชมป์โลกปี 2006 และในปี 2016 เขานำเหรียญเวิลด์ คัพ ที่ได้มา มอบใส่โลงศพให้ ปิเอโตร ลอมบาร์ดี้ เจ้าหน้าที่แผนกชุดแข่งของทีมชาติอิตาลีที่เสียชีวิตโดยไม่เสียดายเลย นับเป็นคนที่ “ถือได้ ปล่อยได้” อย่างแท้จริง

กับโรม่า เขารับใช้ไปทั้งสิ้น 459 เกม 43 ประตู เคยได้แชมป์ โคปา อิตาเลีย มา 2 สมัย (ติด) เท่านั้น โดยการลงเล่นนั้นถือเป็นตัวเลขอันดับ 2 สูงสุดตลอดกาล(เป็นรองเพียง ต็อตติ) ปัจจุบันในวัย 36 ปี เขาได้ประกาศอำลา 18 ปีกับโรม่าไปเรียบร้อยแล้วแต่ยังคงเดินหน้าเล่นฟุตบอลที่รักต่อไป โดยจุดหมายล่าสุดของเขาคือ โบคา จูเนียร์ส ยอดทีมในอาร์เจนติน่า

นับว่าเป็นที่เซอร์ไพรส์สุดๆ สำหรับการเลือกต้นสังกัด ใหม่ของเขา เรียกว่าฉีกแนวไปเลย แต่แฟนบอลฟ้าขาว ก็ให้การต้อนรับเขาเป็นอย่างดี ส่วน แฟนบอล โรม่าแน่นอนว่ายังคงอวยพร ให้กำลังใจ และเฝ้าติดตามผลงานของ “เจ้าชายหมาป่าองค์รอง” คนนี้ตลอดไป ที่ cp4us.com